รีวิวโครงการ 15 Sukhumvit Residences

รีวิวประจำเดือนแห่งความรักนี้ ขอหยิบยกคอนโดใหญ่ใจกลางเมืองกรุงเทพ 15 SUKHUMVIT RESIDENCES มาบอกเล่าเรื่องราวให้เพื่อนๆที่สนใจหรือกำลังมองหาที่อยู่หรือที่ลงทุนในย่านสุขุมวิท คอนโดนี้อาจจะโดนใจหรือตอบโจทย์ในสิ่งที่เรากำลังมองหาอยู่ก็ได้ ตามมาดูรีวิวแบบแซบส์เว่อร์ในสไตส์ของทีมงาน YourBangkokCondo.com กันได้เลยครับผม

ข้อมูลโครงการ(Project details)

เจ้าของโครงการ:บจก. Crown Development.

พื้นที่โครงการ: 2 ไร่ 3 งาน 73 ตารางวา

ลักษณะโครงการ: คอนโดสูง 25 ชั้น 1 อาคาร

จำนวนยูนิตทั้งหมด: 500 ยูนิต โดยแบ่งได้ดังนี้

Studio ราคา 3.5+ ล้านบาท (มีจำนวน 144 ยูนิต)

1 ห้องนอน ราคา 4.59+ ล้านบาท (มีจำนวน 238ยูนิต)

2 ห้องนอน ราคา 8.3+ ล้านบาท (มีจำนวน 96 ยูนิต)

3 ห้องนอน ราคา 15+ ล้านบาท (มีจำนวน 14 ยูนิต)

Pool villa ราคา 50+ ล้านบาท (มีจำนวน 4 ยูนิต)

Penthouse ราคา 32+ ล้านบาท (มีจำนวน 4 ยูนิต)

Fitness a3

ราคาต่อตารางเมตร ประมาณ 120,000 – 140,000 บาท

ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตรม.,เงินกองทุน 500 บาท/ตรม.

คาดว่าจะแล้วเสร็จ : มิถุนายน 2556

Developer:  Crown Development.

Website: www.15sukhumvitresidence.com

Tel:+(66)9 8289 2297

สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ (Facilities)

โดยรวมแล้วสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการนี้ ต้องพูดได้ว่าเจ้าของโครงการพยายามจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางให้ได้มากที่สุดเท่าที่พื้นที่จะอำนวย เริ่มตั้งแต่ Lobby อยู่ชั้น G ที่มีขนาดใหญ่พอสมควรถึงแม้ว่าฝ้าเพดานจะไม่สูงโอ่อ่าซักเท่าไหร่ ตอนนี้บริเวณ Lobby ทำเป็น Sale Office ชั่วคราว เมื่อโครงการสร้างเสร็จและโอนห้องให้ลูกค้า บริเวณ Lobby นี้จะกลับมาตกแต่งเพิ่มเติมแลดูสวยงามกว่าที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้

* คลับเฮ้าส์ (Clubhouse) และห้องสมุด อยู่ชั้น 7 ซึ่งเป็นจุดพักผ่อน, อ่านหนังสือ หรือเล่น internet เพราะจุดนี้โครงการน่าจะมีฟรี WiFi internet ให้กับลูกบ้าน

* สำหรับคนชอบออกกำลังกาย ฟิตเน็ส (Fitness) อยู่ชั้น 8

* ส่วนชั้น 9 นั้นมีสระว่่ายน้ำผู้ใหญ่ (เป็นแบบสระน้ำล้น)ตกแต่งด้วยน้ำตก, มีสระเด็กและจากุซซี่แยกออกมาจากสระผู้ใหญ่ นอกนั้นก็มีสวนเล็กๆและระเบียงสำหรับตากอากาศ สำหรับโครงการขนาด 500 ยูนิตอย่างนี้ อาจจะมีปัญหาบ้างในการใช้สระว่ายน้ำในช่วงต้นเพราะสระว่ายน้ำค่อนข้างกระทัดรัดน่ารักดีครับ อ้อมีสระว่ายน้ำที่ชั้น 11 ด้วยนะ แต่เป็นสระว่ายน้ำส่วนตัว (private pool villa) สำหรับท่านที่ซื้อห้องราคาประมาณ 50+ ล้านบาทนะครับเจ้านาย

* คอนโดนี้เค้าจะมีทั้งวิวด้านในและวิวด้านนอกครับ วิวด้านนอกก็เ็ป็นวิวเมืองปกติซึ่งเราจะมารีวิวกันในตอนท้าย ส่วนวิวด้านในนี่สิครับน่าสนใจ เพราห้องด้านในที่อยู่ชั้น 7-10 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Studio และ 1 ห้องนอน ลูกบ้านจะเห็นวิวสระน้ำ(water court)และน้ำตกเล็กๆ และวิวห้องฝั่งตรงข้ามถ้าเปิดหน้าต่าง แฮ่ แฮ่ เพราะทราบมาว่าห้องข้างในโครงการเค้าจะติดฟิล์มสะท้อนแสงให้ แต่เวลากลางคืนถ้าหากท่านลืมปิดม่านก็โชว์กันแบบระยะห่างจากเพื่อนห้องตรงข้ามเพียง 6 เมตรนะคร้าบ ห้องด้านในจะได้รับแสงทั้งทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเรื่องอับแสงไม่น่าห่วงเท่าไหร่ แต่เรื่องยุงและเรื่องน้ำรั่วเข้ามาในห้องนี่สิน่าห่วงกว่า แต่คิดว่าโครงการเค้าน่าจะมีกระบวนการก่อสร้างที่ป้องกันไว้หมดแล้วเพราะเค้าก็คงไม่อยากจะมีปัญหาเรื่อง maintenance ในอนาคต

* พื้นที่จอดรถในโครงการมีประมาณ 70% รวมจอดซ้อน เริ่มตั้งแต่ชั้น 3 – 6 รวม 4 ชั้น พื้นที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 7 เป็นต้นไปถึงชั้น 25 ลูกบ้านที่นี่จะได้สิทธิ์ที่จอดรถ 1 คันต่อการซื้อ 1 ห้อง เป็นการจอดแบบไม่ระบุที่จอด ยกเว้น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ เป็นต้นไปที่จะได้สิทธิ์จอดรถแบบระบุบ้านเลขที่ให้ ถือว่าที่จอดรถเยอะพอสมควรสำหรับคอนโดในสุขุมวิทเพราะโครงการอื่นส่วนใหญ่จะให้ที่จอดรถประมาณ 40%

* ชั้น G และชั้น 2 เห็นว่าจะทำเป็นร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ (Seven-11) ร้านค็อฟฟีี่ช้อป หรือร้านเบเกอรี่ และร้านซักรีด ฯลฯ อะไรประมานั้นตามคำบอกเล่าของฝ่ายขาย

* ระบบรักษาความปลอดภัยมีทั้ง รปภ.หน้าประตูทั้งซอย 13 และซอย 15 เพราะว่าโครงการสามารถเข้าออกได้ทั้ง 2 ด้าน, ใช้คีย์การ์ดขึ้นลิฟท์ล็อกตามชั้นและชั้นที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากนั้นยังมี Video door phone เพื่อความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง

* ส่วนบริการรถรับส่ง BTS และโครงการนั้น เห็นฝ่ายขายบอกว่าอาจจะมีนะคร้าบ

แผนที่โครงการ (Map)

มาดูทำเลที่ตั้งโครงการแบบละเอียดตามแผนที่ (Map) ข้างบนกันครับ โครงการตั้งอยู่ระหว่างสุขุมวิทซอย 13 และสุขุมวิทซอย 15 สามารถขับรถเข้าออกได้ทั้ง 2 ด้าน เพราะพื้นที่โครงการครอบคลุมทั้ง 2 ซอย โครงการนี้เหมาะกับใครบ้างมาวิเคราะห์ไปด้วยกันครับ เริ่มจากคนที่ขี้เกียจขับรถก็ค่อนข้างสะดวกเพราะว่าโครงการอยู่ห่างจาก BTS ประมาณ 400 เมตร สำหรับท่านที่เข้าออกซอย 15 หรือซอย 19 ก็ใช้ BTS อโศก หรือ MRT สุขุมวิท และท่านที่เข้าออกซอย 13 หรือซอย 11 ก็ใช้ BTS นานา สำหรับท่านที่ขับรถก็เข้าออกได้หลายทางไม่ว่าจะเป็น ซอย 3(นานา), ซอย11, ซอย13, ซอย 15, ซอย 19 และซอย 21(ถนนอโศก) เพราะถนนจะทะลุถึงโครงการได้ทุกซอยที่กล่าวมาข้างต้นและเป็นทาง two way รถวิ่งสวนกันได้ ยกเว้นทางทะลุจากซอย15 มาซอย19 พี่ตำรวจจราจรจะปิดถนนเป็น one way สำหรับช่วงเวลาโรงเรียนเพื่อระบายการจราจร คือช่วงเช้า 06.30 – 08.00 น. และช่วงบ่ายแก่ 14.30 – 16.30 น. ต้องระวังไว้ให้ดี มิฉะนั้นจะโดนปรับนะครับเจ้านาย ทางด่วนที่ใกล้ที่สุดเห็นจะเป็นทางด่วนที่เพลินจิต แต่ขับรถบนถนนสุขุมวิทไม่ว่าจะไปทางไหนก็รถติดเหมือนกันหมดเลยเพราะฉะนั้นควรจะเผื่อเวลาไว้ให้ม้าก มาก จะได้ไปทันเวลานัด นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเดินทาง คือทางเรือ เพราะจากโครงการไปในซอย15 ประมาณ 150 เมตร ท่านก็จะเจอท่าเรือนานาชาติสะดวกรวดเร็วและที่สำคัญกลิ่นหอมน้ำคลองตลอดทาง ผมเคยลองนั่งเรือเร็วมาหล่ะครั้งนึง เรือมันรวดเร็วทันใจดีมากแต่เรื่องกลิ่นของน้ำคลองนี่ต้องพัฒนาอีกเยอะ แฮ่ แฮ่

สุขุมวิทซอย15 ค่อนข้างสงบทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ไม่ค่อยครึกครื้นเหมือนซอยใกล้เคียงอื่นๆในสุขุมวิท จะมีรถติดพลุกพล่านบ้างช่วงเวลาที่โรงเรียนเลิก เพราะว่าในซอย 15 มีอยู่ 2 โรงเรียนดัง ทั้งโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยและโรงเรียนนานาชาติ (NIST) ส่วนซอย 13 ค่อนข้างเงียบมาหลายปีเหมือนกัน แต่จากนี้ต่อไปคงจะเริ่มคึกคักเพราะมี 2 โครงการใหญ่ขนาบข้างทั้ง The Trendy Office & Condominium ที่มีคนอยู่อาศัยแล้ว และเริ่มมีการมีการก่อสร้างโครงการคอนโดและพลาซ่าที่ค่อนข้างใหญ่ชื่อ The Hyde ถ้าโครงการนี้เสร็จซอย13 คงจะครึกครื้นคล้ายๆซอย 11 หรือซอย 3(นานา) ตามมาดูรูปถ่ายรอบๆโครงการด้านล่างกัน แล้วเราจะได้รีวิวรอบๆโครงการกันไปพร้อมๆกันครับ

รอบๆโครงการ (Project surrounding)

ถือได้ว่าโครงการตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ(CBD) เพราะฉะนั้นโดยรอบๆโครงการแล้ว จะเต็มไปด้วยตึกอ็อฟฟิศสำนักงาน (Office building) เช่น Interchange, Exchange, Time Square, ชิโนไทย, อาคารเสริมมิตรทาวเวอร์, ตึกแกรมมี่, ตึกโอเชี่ยนทาวเวอร์2, อาคารเกียรตินาคิน, อาคาร The Trendy และอาคารอื่นๆใกล้เคียงอีกเยอะ นอกจากนั้นก็ยังเป็นศูนย์รวมแหล่งท่องเที่ยวจึงทำให้บริเวณใกล้เคียงมีโรงแรมมากมาย เช่น Novotel Sukhumvit, Sheraton 4 point, S15, Ambassador, Royal Resident, Dream Hotel, The Westin, Center point terminal 21, Ramada (กำลังก่อสร้าง)และยังมี Service Apartment อีกเยอะแยะ

นอกจากนั้นย่านนี้ยังเป็นศูนย์รวมของแหล่งช็อปปิ้งแจ่มๆ อาทิเช่น Terminal 21, โรบินสัน, เอ็มโพเรียม, เซ็นทรัลเวิลด์, สยามพารากอน, แพททินั่ม ประตูน้ำ และพลาซ่าแห่งใหม่(The Hyde)หน้าปากซอย 13 ก็กำลังก่อสร้างอยู่ แหล่งช็อปปิ้งเลียบถนนสุขุมวิทและซอยนานาก็ยังเป็นที่นิยมของต่างชาติให้มาเดินจับจ่ายซื้อของฝากของที่ระลึกและของที่ระทึกเต็มไปหมด แต่ราคาอาจจะไม่เหมาะกับชาวไทยอย่างเราๆนะ ผมไปเดินแถวนั้นบ่อยเพื่ออัพเดดพฤติกรรมลูกค้าและชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่ผมเห็นจะเป็นกลุ่มแขกอินเดีย, บังคลาเทศ, อาหรับ และฝรั่งขาวฝรั่งดำปนกันไป

ถ้าจะไปโครงการให้สังเกตุซอย15 คือหน้าปากซอยฝั่งซ้ายมือมีร้านข้าวหน้าเปิดชื่อย่งหลี หัวทองหัวดำนั่งกินกันเต็มร้านตลอดเวลา การันตีว่าน่าจะอร่อยแต่ผมไม่ชอบกินเปิด แฮ่ แฮ่ ส่วนฝั่งขวามือมีโรงแรม S15 ป้ายเบ้อเร่อ เข้ามาในซอยประมาณ 250 เมตรจะเจอโครงการอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนจุดเด่นของซอย 13 หน้าปากซอยจะมีโครงการคอนโดใหญ่ The Hyde กำลังก่อสร้างอยู่ และอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นโรงแรมไมอามี่ ถัดไปจะเป็น The Trendy Office & Condominium ถัดไปก็ถึงโครงการ ระยะทางประมาณ 250 เมตรจากปากซอย ทั้ง 2 ซอยถนนค่อนข้างแคบ รถสวนกันได้ 2 คัน ไหล่ถนนสำหรับคนเดินเท้าแคบมากแทบไม่มีเพราะฉะนั้นเวลาเดินต้องคอยระวังรถ

ว่าด้วยเรื่องอาหารแถวนี้อุดมสมบูรณ์จริงๆ มีทั้งร้านอาหารหรูในห้าง, ร้านอาหารทั่วไป, ร้านอาหารใต้ตึกอ็อฟฟิศสำนักงาน, อาหารไทย, อาหารทะเล, อาหารฝรั่ง, อาหารแขก นอกจากนั้นยังมีรถเข็นขายข้างทางเต็มไปหมด หรือจะช็อปของสดมาทำเองที่คอนโดก็ได้เพราะมีห้างโรบินสัน, วิลล่า มาร์เก็ต ในซอย 11, หรือชั้นใต้ดินของ Terminal 21 แต่ขอกระซิบว่าราคาของอาหารแถวนี้อาจจะมีราคาสูงนิดนึงนะครับ

รอบๆโครงการยังมีโรงเรียนนานาชาติ, โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย, ม.สงขลานครินทรวิโรจน์ นอกจากนั้นยังใกล้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ด้วย

มาดู Floor plan ของโครงการนี้กันครับ

สำหรับห้องพักอาศัยของโครงการนี้เริ่มจากชั้น 7 ไปจนถึงชั้น 25 ลักษณะการวาง floor plan layout ของห้องคล้ายๆกับการต่อจิ๊กซอ เพราะว่าต้องการให้ทุกห้องได้ระเบียงด้านนอกเหมือนๆกัน ชั้น 7-10 จะมีลักษณะของ floor plan คล้ายๆกัน ต่างกันที่ชั้น 7 มีคลับเฮ้าส์, ชั้น 8 มีฟิตเนส, ชั้น 9 มีสระว่ายน้ำ ส่วนชั้น 10 ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับ 4 ชั้นนี้จะมี Studio 23 Sqm.(วิวด้านในทั้งหมด), Studio 28 Sqm.(วิวด้านนอกทั้งหมด) และก็จะมียูนิตแบบ 1 ห้องนอนขนาด 34 – 45 Sqm. คละกันไป แต่ละชั้นมีจำนวนยูนิตประมาณ 58 ยูนิตอยู่กันอย่างอบอุ่นดีครับ ลิฟท์โดยสาร 5 ตัว ลิฟท์ขนของ 1 ตัว และลิฟท์อีก 2 ตัวบริเวณคลับเฮ้าส์

Private Pool Villa ชั้น 11 มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและเป็นห้องแบบ Duplex ขึ้นไปถึงชั้น 12 มีพื้นที่รวมกันกว่าห้องละ 600 ตรม.มีทั้งหมด 4 ห้อง 4 มุม นอกจากนั้นชั้นนี้ยังมี 1-2-3 ห้องนอนรวมอยู่ในชั้นนี้ด้วย ใครอยากอยู่ชั้นเดียวกับลูกบ้าน Private Pool Villa ก็ต้องเลือกชั้นนี้เลยคร้าบ

ชั้น 12-20 แบบ floor plan คล้ายๆกัน จะมีเฉพาะแบบ 1-2-3 ห้องนอน(ขนาด 58-125 Sqm.) มีจำนวน 20 ยูนิตต่อชั้น ลิฟท์โดยสาร 3 ตัวและลิฟท์ขนของ 1 ตัว

ชั้น 21-24 แบบคล้ายๆกัน แ่ต่ว่ายูนิตจะเล็กลงเรื่อยตามลักษณะของทรงตึกซึ่งฐานกว้างและแคบขึ้นข้างบน มี 20 ยูนิตต่อชั้น จะมีเฉพาะ 1 และ 3 ห้องนอน(ขนาด 40-125 Sqm.) ยูนิตเล็กๆของชั้นนี้น่าจะขายดีเพราะอยู่สูงวิวสวย

ชั้น 25 เป็น Penthouse ทั้งหมด 4 ยูนิต ขนาด 230 ตรม.ราคาประมาณ 30+ ล้านบาท

ห้องตัวอย่างแบบ Studio (type C1)

Studio 28 Sqm. type C1จริงๆแล้วโครงการนี้มีห้องทั้งหมดเกือบ 30 แบบ ค่อนข้างวาไรตี้มาก แต่เราขอหยิบยกแค่บางห้องตัวอย่างมารีวิวให้ดูหละ่กัน ถ้าต้องรีวิวทั้งหมด 30 แบบ มีหวังยาวหล่ะคร้าบ มาเริ่มที่แบบแรกกันเลย เป็นห้อง Studio ขนาด 28.21 Sqm.(typeC1) ทุกห้องได้วิวด้านนอกโครงการ เฟอร์นิเจอร์และ Built in จัดมาครบอาจจะเป็นยี่ห้อ index หรือเทียบเท่า, แอร์แบบติดผนัง 1 ตัว (ยี่ห้อ Samsung), ครัวหน้าเคาเตอร์ปิดด้วยแกรนิตสีดำ, เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวและเครื่องดูดควันยี่ห้อ Samsung, ข้างล่างเคาเตอร์เตรียมพื้นที่สำหรับเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าให้ แต่ห้อง Studio ที่นี่ไม่มีระเบียงสำหรับตากผ้านะครับ ตรงข้ามครัวจะเป็นbuilt in ตู้เสื้อผ้าแบบ 2 บาน และห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์ของ Mogen หรือเทียบเท่า พื้นห้องครัวและห้องน้ำจะเป็นกระเบื้องขนาด 60X60 cm. ส่วนบริเวณห้องนอนจะเป็นพื้นไม้สำเร็จรูป(Engineering wood) ทุกห้องจะได้พื้นเหมือนกันหมดแต่ 1 ห้องนอนขึ้นไปจะได้คุณภาพและสีของไม้ที่แตกต่างกันไป ห้องที่นี่เป็น Studio ที่มีบานประตูสไลด์ (sliding door) กั้นระหว่างครัวและห้องนอนให้ด้วยเวลาทำอาหารกลิ่นจะได้ไม่รบกวน อ้อผนังเค้าติดกระจกให้ด้วยเพิ่มมิติให้ห้องดูใหญ่ขึ้น หน้าต่างเป็นกระจกบานกระทุ้ง2 บาน ฟังก์ชั่นห้องนี้จัดได้ว่าเกือบครบถ้วนขาดเพียงแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าทีวี, ตู้เย็น, ไมโครเวฟ และผ้าม่านซึ่งลูกบ้านต้องจัดหามาเองนะคร้าบ

ห้องตัวอย่างแบบ Studio (type C2)

Studio 23_1ต่อมาเป็นห้องแบบ Studio ขนาด 23.41 Sqm.(type C2) ห้องนี้แบบห้องจะคล้ายๆ type C1 แต่ขนาดเล็กกว่าประมาณ 5 ตรม.พื้นที่โซฟาและโต๊ะกลมหายไปคือแบบว่าห้องนี้อาจจะหาที่นั่งทางข้าวยากนิดนึง ห้อง Studio C2 ทุกห้องจะเห็นวิวน้ำ(water court)ด้านใน ไม่มีระเบียงหน้าต่างกระจกแบบกระทุ้ง 2 บาน สิ่งที่ต้องระวังคือทำของตกลงในน้ำแล้วอาจจะเก็บลำบากและระวังห้ามลืมปิดม่านตอนกลางคืนเดี๋ยวจ๊ะเอ๋กับเพื่อนฝั่งตรงข้ามห้อง อิอิ อ้อเกือบลืม!! ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 2.55 เมตร สูงได้ประมาณนี้เพราะมีขีดจำกัดเรื่องโครงสร้างของตัวอาคารเก่าที่เอามาปรับปรุงใหม่ (renovation building) ผนังห้องน้ำของ Studio ทั้งสองแบบจะติดกระจกใส (see through) และเท่าที่ดูโครงการนี้จะเน้นให้ห้องน้ำใหญ่ โอ่อ่า แต่พื้นที่ใช้สอยอื่นๆอาจจะดูเล็กไปบ้างสำหรับบางห้อง

ห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ (type B1)

2 Bed 65_1มาดูกันต่อแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 65.42 Sqm.(type B1) ตาม layout แล้วห้องเป็นทรงยาว พื้นที่ครัวและพื้นที่ทานอาหาร(dining area) ค่อนข้างใหญ่แต่พื้นที่ภายในโซนรับแขกและห้องนอนจะแอบดูอึดอัดนิดนึง พอออกไปบริเวณระเบียง โอ้แม่เจ้า !! ระเบียงห้องนี้ใหญ่ใช้ได้เลยทีเดียว พื้นที่ระเบียงใช้วางคอมเพรสเซอร์แอร์แขวนเรียงกันแต่บริเวณระเบียงไม่ได้จัดเตรียมก็อกน้ำไว้ให้เหมือนหลายๆโครงการนะ เอาหล่ะเรามารีวิวตามรูปกัน เริ่มจากประตูบานใหญ่ความกว้างตามมาตรฐานแต่ความสูงชนเพดานเลย มือจับประตูแบบด้ามจับใช้ของ Hafere หรือเทียบเท่า หลังประตูจะมี built in ตู้รองเท้าให้ด้วย แล้วก็จะเจอกับ built in ครัวชุดใหญ่ เคาเตอร์ปิดด้วยหินแกรนิตสีดำ เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวและเครื่องดูควันของ Samsung ด้านล่างเคาเตอร์จัดเตรียมพื้นที่สำหรับเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าให้ ถัดเข้ามาเป็นเซ็ทโต๊ะรับประทานอาหาร ผนังบริเวณนี้ติดกระจกให้ทานข้าวไปส่องกระจกไป อิอิ แอร์เป็นแบบติดผนัง(wall type) ประมาณ 3 ตัว พื้นที่ห้องนอนใหญ่(Master bedroom)แอบดูอึดอัดทางเดินปลายเตียง ห้องนั่งเล่นดูเหมือนมืดนิดนึงเพราะว่าห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็กติดระเบียงและหน้าต่างบังแสงที่จะเข้ามาห้องนั่งเล่น ส่วนห้องนอนเล็กไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะว่าโครงการยังแต่งห้องไม่เสร็จหรืออาจจะเปลี่ยนห้องทำงานก็ได้

ห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ (type A1)

2 Bed 89_12 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 89.79 Sqm. (type A1) เป็นห้องมุมที่มีแสงเข้า 2 ด้าน จึงทำให้ทั้งห้องนอนใหญ่, ห้องนอนเล็ก, ห้องนั่งเล่น และบริเวณรับประทานอาหารรับแสงกันเต็มที่เลย ดูเพิ่มเต็มได้ตาม Unit layout นะครับ ทีนี้เรามาเริ่มรีวิวตามภาพกัน เปิดประตูเข้ามาจะเจอ built in ตู้รองเท้าและที่นั่งใส่รองเท้า ผนังของส่วนนี้ติดกระจกให้ด้วย ถัดเข้ามาก็จะเป็น built in ครัวชุดใหญ่รูปตัว U น่าจะเป็นครัวที่ใหญ่กว่าทุกๆห้อง ยกเว้น pool villa และ penthouse พื้นที่ด้านล่างเคาเตอร์ก็มีพื้นที่สำหรับเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าคล้ายหลายๆห้อง ถัดเข้ามาอีกก็จะเป็นโซนนั่งเล่นและเซ็ทโต๊ะรับประทานอาหารติดกับระเบียงใหญ่ ทานอาหารไปมองวิวเมืองไป ชิล ชิล ในส่วนของห้องนอนใหญ่(Master bedroom) สัดส่วนพื้นที่ถือว่าลงตัวเหมาะสมพร้อมด้วยอ่างอาบน้ำและห้องน้ำส่วนตั๊ว ส่วนตัว ถ้าดูตามภาพห้องนอนเล็กจะใส่เตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ อาจจะดูกระทัดรัดแต่ก็ใส่เฟอร์นิเจอร์และ built in ให้ครบเซ็ท ส่วนของห้องน้ำมี 2 ประตู เพราะต้องใช้รวมกับห้องรับแขก ห้องนี้ให้แอร์ติดผนัง (wall type) 4 ตัวนะครับ

ห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ (type A2)

2 Bed 80_1มาถึงห้องสุดท้ายกันแล้วครับ  2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 80.32 Sqm.(type A2) ห้องนี้จะคล้ายกับห้อง type A1 แต่มีขนาดเล็กกว่าประมาณ 10 ตรม.และไม่ใช่ห้องมุมก็เลยได้รับแสงแค่ด้านเดียว นอกจากนั้นส่วนของครัวก็เล็กกว่าด้วย ห้องนอนใหญ่แอบอึดอัดบริเวณปลายเตียง ห้องนอนเล็กและห้องนั่งเล่นถือว่ามีบริเวณใช้ได้เลยทีเดียว ดูเพิ่มเติมได้ตาม unit layout และภาพถ่ายนะครับผม ห้องนี้ให้แอร์แบบติดผนัง (wall type) 3 ตัวนะครับ

ภาพวิวถ่ายจริงจากอาคาร

จากลักษณะของอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส จึงทำให้ห้องหันหน้าออกสี่ทิศทาง คือทิศเหนือ(ฝั่งเพชรบุรี, โรงเรียนนานาชาติ, โรงเรียนวัฒนา, โรงแรมรามาดา ฯลฯ) ทิศตะวันออก(ฝั่งซอย 15, อโศก, โรงเรียนวัฒนา, เทอร์มินิล 21 ฯลฯ) ทิศใต้ (ถนนสุขุมวิท, BTS, เทอร์มินอล 21, โรงแรมรอยัลเพรสซิเด้นท์, อาคาร The Trendy ฯลฯ) และทิศตะวันตก (ฝั่งซอย 13, โรงแรมแอมบาสเดอร์, The Hyde Condo, BTS, เพลินจิต, เซ็นทรัลเวิลด์ ฯลฯ) ทิศที่ดีของโครงการนี้น่าจะเป็นทิศเหนือจากชั้น 10 ขึ้นไป เพราะต้องให้แน่ใจว่าความสูงพ้นโรงแรมรามาดาที่กำลังก่อสร้างอยู่, ทิศตะวันออก วิวเปิดโล่งสบายตาตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไปได้ทุกชั้นเลย, ทิศตะวันตก รับแดดยามบ่ายวิวก็ค่อนข้างเปิดโล่งตั้งแต่ชั้น 7 เป็นต้นไป แต่ว่าห้องมุมอาจจะเจอโรงแรมแอมบาสเดอร์บ้าง ส่วนทิศใต้จะเจอกับอาคารเทรนดี้ และโรงแรมรอยัลเพรสซิเด้นท์ระยะประชิดตัวนิดนึง ความห่างประมาณ 5-6 เมตร แต่ก็มีหลายห้องที่วิวเปิดโล่งเหมือนกัน เลือกดูกันดีๆนะครับผม

เนื่องด้วยโครงการอยู่ระหว่างกำลังก่อสร้างเลยเก็บภาพวิวได้บ้างนิดหน่อย เลือกวิวจากชั้นกลางๆ (ชั้น 11) และชั้นสูง (ชั้น 23) มาให้ดูตามภาพนะคร้าบ

รีวิวส่งท้าย

โครงการ 15 Sukhumvit Residences ตั้งอยู่ในทำเลที่ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับคนที่มีลูกเรียนอยู่แถวนี้ หรือกับคนที่ทำงานในเมือง ขี้เกียจตื่นเช้าฝ่ารถติดไปทำงานทุกวัน สามารถเดินหรือนั่ง BTS, MRT, เรือเร็ว ไปทำงานได้เลย เหมาะกับนักลงทุนที่ซื้อห้องเก็บไว้ปล่อยเช่าให้ต่างชาติหรือขายทำกำไรในอนาคต เพราะด้วยราคาและทำเลแล้วไม่น่าจะทำให้นักลงทุนต้องเสียใจ เมื่อเทียบกับโครงการใกล้เคียงซึ่งราคาขยับไปมากกว่า 150,000 บาท/ตรม. แต่เนื่องด้วยโครงการนี้เป็นโครงสร้างตึกเก่าของโรงแรมแอมบาสเดอร์มาทำใหม่ (Renovation building) จึงเป็นเหตุให้ตัวอาคารยังคงโครงสร้างเดิมไว้เพราะว่าขอใบอนุญาติแบบตกแต่งอาคาร ไม่ได้ขอใบอนุญาติก่อสร้างใหม่ เห็นฝ่ายขายบอกว่าใช้งานระบบ, งานท่อ, งานลิฟท์, งานไฟฟ้า, งานพื้นใหม่ทั้งตึก อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ฝ้าเพดานของโครงการนี้ไม่สามารถสูงได้เท่าโครงการใหม่ ส่วนเรื่องมีระบบป้องกันแผ่นดินไหวนั้นมีหรือไม่ อันนี้ผมไม่แน่ใจนะครับเพราะว่ามันเป็นตึกเก่า ถ้าจะให้แน่ใจเช็คกับทางฝ่ายขายโครงการอีกทีนะครับผม –The End —